โสมเป็นสมุนไพรรากที่ใช้ในตำรับของเอเชียมานานหลายพันปี และเป็นชื่อที่คนไทยคุ้นเคยที่สุดในกลุ่มสมุนไพรบำรุงกำลัง แต่คำว่า "โสม" ในท้องตลาดหมายถึงพืชได้หลายชนิด และผลิตภัณฑ์ก็มีทั้งโสมขาว โสมแดง และโสมสกัด ซึ่งหลายคนยังสับสน
บทความนี้เจาะลึกเรื่องโสมโดยเฉพาะ ตั้งแต่ชนิดของโสม ความต่างของโสมขาวกับโสมแดง อายุของราก สารสำคัญ ไปจนถึงวิธีอ่านฉลากและข้อควรระวัง เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากอยากเปรียบเทียบกับสมุนไพรอื่น ดูเพิ่มได้ที่ โสม ถั่งเช่า เห็ดหลินจือ ต่างกันอย่างไร
โสม คืออะไร
โสมที่แท้จริงคือรากของพืชในสกุล Panax ซึ่งอยู่ในวงศ์ Araliaceae ชื่อ Panax มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า "รักษาได้ทุกอย่าง" แต่นี่เป็นเพียงที่มาของชื่อสกุลเท่านั้น ไม่ใช่การอ้างสรรพคุณของโสมแต่อย่างใด
รากของโสมบางต้นมีรูปร่างคล้ายร่างคน จึงมีการเชื่อมโยงกับความเชื่อดั้งเดิมของคนเอเชียมาแต่โบราณ ซึ่งเป็นเรื่องของความเชื่อและวัฒนธรรม
ชนิดของโสม
ชื่อ "โสม" ถูกใช้กับพืชหลายชนิด ที่พบบ่อยมีดังนี้
- โสมเกาหลี หรือโสมเอเชีย (Panax ginseng): มีถิ่นกำเนิดในเกาหลีและตะวันออกเฉียงเหนือของจีน เป็นชนิดที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในตำรับเอเชีย
- โสมอเมริกัน (Panax quinquefolius): มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาเหนือ เช่น สหรัฐอเมริกาและแคนาดา ตามแนวคิดดั้งเดิมของจีน โสมอเมริกันถูกจัดว่ามีฤทธิ์เย็นกว่าโสมเอเชีย ซึ่งเป็นการจัดประเภทตามประเพณี
- โสมไซบีเรีย (Eleutherococcus senticosus): แม้จะมีคำว่าโสมในชื่อ แต่ไม่ได้อยู่ในสกุล Panax และมีสารสำคัญคนละกลุ่ม คือ อีลูเทอโรไซด์ (eleutherosides) ไม่ใช่จินเซโนไซด์
- "โสมไทย": เป็นสมญาที่คนไทยใช้เรียกพืชท้องถิ่นบางชนิด ที่พบบ่อยที่สุดคือกระชายดำ ซึ่งอยู่ในวงศ์ขิง เป็นพืชคนละชนิดกับโสมโดยสิ้นเชิง อ่านเพิ่มเติมได้ที่ กระชายดำ คืออะไร
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองเทียบโสมแท้กับพืชที่ใช้ชื่อโสม
- โสมเกาหลี: Panax ginseng สกุล Panax วงศ์ Araliaceae มาจากเกาหลีและจีนตะวันออกเฉียงเหนือ สารสำคัญหลักคือจินเซโนไซด์
- โสมอเมริกัน: Panax quinquefolius สกุล Panax วงศ์ Araliaceae มาจากอเมริกาเหนือ สารสำคัญหลักคือจินเซโนไซด์
- โสมไซบีเรีย: Eleutherococcus senticosus สกุล Eleutherococcus วงศ์ Araliaceae มาจากไซบีเรียและเอเชียตะวันออก สารสำคัญหลักคืออีลูเทอโรไซด์
- โสมไทย (กระชายดำ): Kaempferia parviflora วงศ์ขิง (Zingiberaceae) มาจากประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สารสำคัญกลุ่มฟลาโวนอยด์ เช่น เมทอกซีฟลาโวน
โสมขาว กับ โสมแดง ต่างกันอย่างไร
โสมขาวและโสมแดงส่วนใหญ่มาจากพืชชนิดเดียวกัน คือ Panax ginseng ความต่างอยู่ที่วิธีแปรรูปหลังเก็บเกี่ยว
- โสมขาว: ปอกเปลือกแล้วตากหรือผึ่งให้แห้ง สีออกเหลืองครีมถึงขาว
- โสมแดง: นำรากทั้งเปลือกไปนึ่งก่อนแล้วจึงทำให้แห้ง ทำให้สีเปลี่ยนเป็นน้ำตาลแดง
- โสมสด: คือรากที่เก็บมาใหม่ ยังไม่ผ่านการทำให้แห้ง เก็บได้ไม่นานจึงพบน้อยกว่า
กระบวนการนึ่งทำให้สัดส่วนของจินเซโนไซด์เปลี่ยนไป บางตัวเกิดขึ้นหรือเพิ่มขึ้นระหว่างการแปรรูป อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าแบบใดมีประสิทธิภาพมากกว่ากัน ทั้งสองแบบเป็นเพียงรูปแบบการแปรรูปที่ต่างกัน
อายุของรากโสม
โสมที่ปลูกเพื่อการค้ามักเก็บเกี่ยวหลังปลูกหลายปี โดยทั่วไปประมาณ 4 ถึง 6 ปี ซึ่งเป็นข้อมูลด้านการเพาะปลูกที่รู้จักกันกว้างขวาง รากที่มีอายุมากกว่าโดยทั่วไปมีราคาสูงกว่า
อย่างไรก็ตาม การอ้างอายุของรากบนฉลากตรวจสอบยากสำหรับผู้บริโภค ควรระวังสินค้าที่อ้างว่าเป็นรากอายุมากแต่ขายในราคาต่ำผิดปกติ
สารสำคัญในโสม
สารที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ จินเซโนไซด์ (ginsenosides) ซึ่งมีหลายชนิดย่อย ปริมาณและสัดส่วนไม่คงที่ ขึ้นกับชนิดของโสม อายุของราก ส่วนที่ใช้ (รากหลักหรือรากฝอย) และวิธีแปรรูป ผลิตภัณฑ์แต่ละยี่ห้อจึงอาจมีองค์ประกอบไม่เหมือนกัน แม้จะใช้ชื่อโสมเหมือนกัน
การใช้โสมตามตำรับเอเชีย
ในแพทย์แผนจีนและตำรับดั้งเดิมของเกาหลี โสมถูกใช้เป็นของบำรุงร่างกายและช่วยให้รู้สึกเหนื่อยล้าน้อยลง การใช้ลักษณะนี้เป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดกันมา ไม่ใช่ข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์
งานวิจัยเบื้องต้นเกี่ยวกับโสม
มีงานวิจัยเกี่ยวกับโสมจำนวนมาก รวมถึงการศึกษาในมนุษย์ในหัวข้อต่าง ๆ เช่น ความเหนื่อยล้า การทำงานของสมอง และสุขภาพผู้ชาย อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษายังไม่สม่ำเสมอ เพราะแต่ละงานใช้โสมต่างชนิด ขนาด และระยะเวลาต่างกัน จึงยังต้องมีการศึกษาที่ออกแบบอย่างดีเพิ่มเติมอีกมาก
วิธีอ่านฉลากผลิตภัณฑ์โสม
ก่อนซื้อ ลองตรวจสอบรายละเอียดบนฉลากต่อไปนี้
- ชนิดของโสม: เป็น Panax ginseng, Panax quinquefolius หรือพืชอื่น
- โสมขาวหรือโสมแดง: ระบุให้ชัดเจนหรือไม่
- ส่วนที่ใช้: เป็นรากบด หรือสารสกัด
- ปริมาณจินเซโนไซด์: ถ้าระบุไว้ ควรระบุชัดเจน
- เลข อย.: ตรวจสอบว่าเลขตรงกับชื่อผลิตภัณฑ์ในฐานข้อมูลของ อย.
- มาตรฐาน GMP และผู้ผลิต: มีชื่อและที่อยู่ผู้ผลิตชัดเจน
- วันผลิตและวันหมดอายุ (MFG/EXP): ระบุครบและยังไม่หมดอายุ
ควรระวังสินค้าที่โฆษณาว่า "รักษาโรค" ได้ รวมถึงการอ้างที่ตรวจสอบไม่ได้ เช่น ใช้รากอายุมากแต่ราคาถูกมาก เพราะผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา หลักการเลือกโดยรวมดูเพิ่มได้ที่ วิธีเลือกอาหารเสริมผู้ชายให้ปลอดภัย
โสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย
ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย มักพบโสมถูกใช้ร่วมกับถั่งเช่า เห็ดหลินจือ และกระชายดำ ตามแนวคิดของตำรับบำรุงกำลังที่ใช้กันมาในหลายวัฒนธรรม
ตัวอย่างหนึ่งคือ HULX (Dr.X) ซึ่งมีสารสกัดรากโสม (Ginseng Extract) เป็นหนึ่งใน 10 ส่วนผสม เลข อย. 73-1-02663-5-0014 ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา
ข้อควรระวังในการรับประทานโสม
บางคนอาจมีอาการนอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปวดศีรษะ หรือไม่สบายท้อง และควรหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับคาเฟอีนหรือสารกระตุ้นปริมาณมาก กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน ได้แก่
- ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือโรคหัวใจ
- ผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน
- ผู้ที่ใช้ยาลดน้ำตาลในเลือดหรือยาเบาหวาน ซึ่งอาจมีปฏิกิริยากับโสมได้ จึงควรปรึกษาแพทย์
- ผู้ที่ใช้ยาต้านเศร้ากลุ่ม MAOI
- หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และเด็ก
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหรือต้องใช้ยาเป็นประจำ
หากรับประทานแล้วมีอาการผิดปกติ ควรหยุดรับประทานและไปพบแพทย์ และควรรับประทานตามวิธีและปริมาณที่ระบุบนฉลากเท่านั้น
สรุป
โสมเป็นสมุนไพรดั้งเดิมที่มีหลายชนิดและหลายรูปแบบ ควรรู้ว่ากำลังซื้อโสมชนิดใด เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีฉลากชัดเจนและมีเลข อย. รับประทานอย่างพอเหมาะ และไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทดแทนการดูแลทางการแพทย์ หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
