ซิงค์ หรือสังกะสี เป็นแร่ธาตุที่คนมักนึกถึงเมื่อพูดถึงสุขภาพผู้ชาย แต่ที่จริงร่างกายทุกส่วนต้องใช้ซิงค์ในการทำงานประจำวัน และเป็นแร่ธาตุที่ได้จากอาหารหลายชนิดอยู่แล้ว
บทความนี้อธิบายว่าซิงค์คืออะไร ร่างกายใช้ทำอะไร พบในอาหารอะไรบ้าง รูปแบบที่พบในอาหารเสริม ไปจนถึงข้อควรระวัง เนื้อหาเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากสนใจกรดอะมิโนที่มักพบร่วมกันในอาหารเสริมผู้ชาย ดูเพิ่มได้ที่ แอล-อาร์จินีน คืออะไร
ซิงค์คืออะไร
ซิงค์เป็นแร่ธาตุจำเป็นชนิดหนึ่งที่ร่างกายต้องการในปริมาณน้อย จัดอยู่ในกลุ่มแร่ธาตุปริมาณน้อย (trace mineral) ร่างกายสร้างซิงค์เองไม่ได้
นอกจากนี้ ร่างกายเก็บสำรองซิงค์ไว้ได้ไม่มาก จึงต้องได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ
บทบาทของซิงค์ในร่างกาย
ซิงค์เป็นส่วนประกอบของเอนไซม์จำนวนมาก ร่างกายจึงใช้ซิงค์ในกระบวนการหลายอย่าง ตัวอย่างที่มีการกล่าวถึงบ่อยมีดังนี้
- การสร้างโปรตีนและดีเอ็นเอ: เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนและสารพันธุกรรมตามปกติ
- การเจริญเติบโตและการซ่อมแซมเซลล์: เซลล์ที่แบ่งตัวเร็วต้องใช้ซิงค์
- ระบบภูมิคุ้มกัน: เกี่ยวข้องกับการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
- การรับรสและการได้กลิ่น: ซิงค์มีส่วนในการรับรู้รสและกลิ่น
- การสมานแผล: ร่างกายใช้ซิงค์ในกระบวนการที่แผลค่อย ๆ ปิด
ในเพศชาย พบซิงค์ในความเข้มข้นค่อนข้างสูงในเนื้อเยื่อของระบบสืบพันธุ์ และซิงค์เกี่ยวข้องกับการทำงานตามปกติของเนื้อเยื่อเหล่านี้ นี่เป็นข้อมูลด้านสรีรวิทยาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการรับประทานซิงค์เพิ่มจะให้ผลเฉพาะด้านใด
แหล่งอาหารที่มีซิงค์
อาหารหลายกลุ่มมีซิงค์เป็นองค์ประกอบ ได้แก่
- หอยนางรมและอาหารทะเลกลุ่มหอย ซึ่งเป็นแหล่งที่มักถูกกล่าวถึงว่ามีซิงค์สูง
- เนื้อแดง เช่น เนื้อวัวและเนื้อหมู
- เนื้อสัตว์ปีก เช่น ไก่
- ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม
- ถั่วต่าง ๆ
- ถั่วเปลือกแข็งและเมล็ดพืช เช่น เมล็ดฟักทอง
- ธัญพืชเต็มเมล็ด
ควรทราบว่าธัญพืชและถั่วมีสารไฟเตต (phytate) ซึ่งอาจลดการดูดซึมซิงค์ได้ การแช่หรือหมักก่อนปรุงอาหารเป็นวิธีที่มีผู้กล่าวว่าช่วยลดผลของไฟเตตลงได้
เรื่องอาหารและการใช้ชีวิตโดยรวม อ่านเพิ่มได้ที่ การดูแลสุขภาพผู้ชายด้วยอาหารและไลฟ์สไตล์
ใครเสี่ยงได้รับซิงค์ไม่เพียงพอ
บางกลุ่มอาจได้รับซิงค์จากอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ได้แก่
- ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติหรือวีแกน เพราะซิงค์จากพืชดูดซึมได้ยากกว่า
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมากเป็นประจำ
- ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบย่อยอาหารบางชนิด
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่รับประทานอาหารไม่หลากหลายหรือรับประทานได้น้อย
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรประเมินตัวเองว่าขาดซิงค์จากอาการทั่วไป เพราะอาการหลายอย่างเกิดจากสาเหตุอื่นได้ หากสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและประเมินอย่างเหมาะสม
ซิงค์ในอาหารเสริมมีหลายรูปแบบ
ซิงค์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีหลายรูปแบบ ที่พบบ่อยมีดังนี้
- ซิงค์กลูโคเนต (zinc gluconate): เป็นเกลือของซิงค์กับกรดกลูโคนิก
- ซิงค์ซิเตรต (zinc citrate): เป็นเกลือของซิงค์กับกรดซิตริก
- ซิงค์ออกไซด์ (zinc oxide): เป็นสารประกอบของซิงค์กับออกซิเจน
- ซิงค์อะมิโน (zinc amino acid chelate): เป็นซิงค์ที่จับกับกรดอะมิโน เรียกว่าคีเลต
มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ว่าแต่ละรูปแบบอาจถูกดูดซึมได้ไม่เท่ากัน แต่ผลยังไม่สม่ำเสมอและยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม จึงยังสรุปไม่ได้ว่ารูปแบบใดเหมาะกว่าสำหรับทุกคน
ซิงค์ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย
ซิงค์มักพบเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย ตัวอย่างหนึ่งคือ HULX (Dr.X) ของ Dr.JEL ซึ่งมีซิงค์อะมิโนเป็นหนึ่งใน 10 ส่วนผสม ผลิตตามมาตรฐาน GMP เลข อย. 73-1-02663-5-0014 ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยา
หากต้องการดูภาพรวมของกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการ อ่านเพิ่มได้ที่ กรดอะมิโนจำเป็นคืออะไร
ข้อควรระวังในการรับประทานซิงค์
แม้ซิงค์จะจำเป็น แต่การได้รับมากเกินไปก็ไม่เป็นผลดี ควรทราบข้อสำคัญต่อไปนี้
- ซิงค์ปริมาณมากอาจทำให้คลื่นไส้หรือไม่สบายท้อง
- การได้รับซิงค์เกินติดต่อกันเป็นเวลานานอาจทำให้ระดับทองแดงในร่างกายลดลง
- ซิงค์อาจมีปฏิกิริยากับยาบางชนิด เช่น ยาปฏิชีวนะกลุ่มควิโนโลนและเตตราไซคลีน รวมถึงยาเพนิซิลลามีน ซึ่งอาจต้องรับประทานคนละเวลากัน ควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องช่วงเวลาที่เหมาะสม
- ไม่ควรรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีซิงค์หลายตัวพร้อมกัน เพราะอาจได้รับซิงค์ซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ตัว
ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรังหรือต้องใช้ยาเป็นประจำ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับประทาน และควรรับประทานตามวิธีและปริมาณที่ระบุบนฉลากเท่านั้น หากมีอาการผิดปกติ ให้หยุดรับประทานและไปพบแพทย์
สรุป
ซิงค์เป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหารอย่างสม่ำเสมอ และมีบทบาทในกระบวนการพื้นฐานหลายอย่าง การรับประทานอาหารให้หลากหลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี หากเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ควรอ่านฉลากให้ครบ ตรวจเลข อย. และระวังการได้รับซิงค์ซ้ำซ้อน หากมีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
